News & Events

คาดส่งออกไตรมาส 2 ปี 2561 ทิศทางสดใส

แหล่งที่มา: ฐานเศรษฐกิจ, 22-24 มีนาคม 2561

รูปภาพประกอบข้อมูล: https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/economic-wheel/news_652579

 n04

คาดส่งออกไตรมาส 2 ปี 2561 ทิศทางสดใส

การส่งออกโดยรวมของไทยในไตรมาส 2 ปี 2561 คาดว่าจะมีแนวโน้มที่สดใส หลังจากในเดือนมกราคม 2561 มูลค่าส่งออกขยายตัวถึง 17.5% เทียบกับเดือนมกราคม 2560 สูงสุดในรอบ 62 เดือน ช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายการส่งออกในปี 2561 ที่ตั้งไว้ 8% ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัว ได้แก่ รถยนต์ คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2 และตลอดทั้งปีคาดว่าจะส่งออกรถยนต์ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 1.1 ล้านคัน โดยตลาดที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี อาทิ ตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้ตลาดมีกำลังซื้อมากขึ้น ตลาดออสเตรเลีย และตลาดอเมริกากลาง-ใต้ อัญมณีและเครื่องประดับ มูลค่าส่งออกในเดือนมกราคมปี 2561 หดตัว 17% แต่เมื่อหักทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป (ทองคำแท่ง) มูลค่าส่งออกขยายตัวถึง 8% โดยคาดว่าการส่งออกคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 และตลอดทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 1-2% เครื่องนุ่งห่ม คาดว่าปี 2561 มูลค่าส่งออกจะขยายตัวราว 3-5% จากอานิสงส์ของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก คือ สหรัฐฯ และ EU ที่ฟื้นตัว และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบจากเงินบาทที่แข็งค่า และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

ทูน่า โรงงานส่วนใหญ่ได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทูน่าเพิ่มขึ้น และมีการผลิตเต็มกำลังการผลิตไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2561 หลังจากราคาวัตถุดิบปลาทูน่าปรับลดลง

ไก่ คาดว่ามูลค่าส่งออกในไตรมาส 2 จะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดหลัก คือ ญี่ปุ่น และ EU แต่ผู้ประกอบการอาจเผชิญปัจจัยลบจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับสูงขึ้น สำหรับตลอดทั้งปีคาดว่าจะส่งออกไก่สดและไก่แปรรูปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8.2 แสนตัน มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ยางพารา คาดว่าการส่งออกในไตรมาส 2 จะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่การส่งออกลดลงทั้งปริมาณและมูลค่าในช่วงไตรมาส 1 ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือลดการส่งออกยางพาราของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 3.5 แสนตัน โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกตลอดทั้งปีจะยังขยายตัวเป็นบวก

พาณิชย์ชี้ช่อง ส่งออกข้าวเหนียวบุกจีน

แหล่งที่มา: https://www.posttoday.com/aec/news/545200

พาณิชย์ชี้ช่อง ส่งออกข้าวเหนียวบุกจีน

n03

พาณิชย์เผยตลาดข้าวเหนียวในจีนขยายตัวสูง แนะผู้ส่งออกไทยเร่งเจาะตลาด

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในจีน ทำการสำรวจตลาดข้าวเหนียว เพื่อหาโอกาสในการผลักดันข้าวเหนียวไทยเข้าสู่ตลาดจีน ทั้งนี้ ล่าสุด ทูตพาณิชย์ที่เมืองหนานหนิงได้รายงานผลการสำรวจตลาดกลับมาแล้ว พบว่าจีนมีการผลิตข้าวเหนียวได้มากก็จริง แต่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อป้อนความต้องการที่สูงขึ้น ทั้งการใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ จึงถือเป็นโอกาสสำหรับการผลักดันการส่งออกข้าวเหนียวไทย เข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจีนได้นำข้าวเหนียวไปใช้ทำอาหาร เช่น บ๊ะจ่าง บัวลอย และอาหารอื่นๆ โดยมักจะใช้มากในช่วงเทศกาลหรือประเพณีต่างๆ เช่น วันตรุษจีน วันไหว้บรรพบุรุษ เทศกาลแข่งเรือมังกร และใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอื่นๆ เช่น การผลิตสุรา และสีทาบ้าน เป็นต้น นางจันทิรา กล่าวว่า สำหรับโอกาสในการขยายตลาดข้าวเหนียวไทยใน จีน นอกจากการส่งออกในรูปของข้าวเหนียวขาวแล้ว กรมยังพบว่าข้าวเหนียวดำเริ่มเป็นที่นิยมนำไปใช้เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นข้าวเหนียวที่มีสีและมีสารอาหาร สูงกว่าข้าวเหนียวปกติ มีผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการผลักดันการ ส่งออกข้าวเหนียวดำเข้าสู่ตลาดจีน และเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ชาวจีนรู้จักข้าวเหนียวดำเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะผลักดันข้าวเหนียว ไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสีทาบ้าน ที่ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นสีที่ปราศจากสารเคมี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากตลาดวัสดุก่อสร้าง ซึ่งหาก ส่งเสริมเข้าไปได้จะทำให้ความต้องการข้าวเหนียวเพิ่มขึ้นอีก สำหรับในปี 2560 ไทยส่งออกข้าวเหนียวเป็นมูลค่า 4,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 ซึ่ง ตลาดข้าวเหนียวหลักของไทย ได้แก่ 1.จีน (1,683 ล้านบาท) 2.สหรัฐอเมริกา (603 ล้านบาท) 3.มาเลเซีย (325 ล้านบาท) 4.ลาว (201 ล้านบาท) 5.เวียดนาม (185 ล้านบาท)

BOI เตรียมเสนอปรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน เพิ่มกิจการ IoT

แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 19  มีนาคม 2561

BOI เตรียมเสนอปรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน เพิ่มกิจการ IoT

 n01

รูปภาพประกอบข้อมูล: http://www.businessfrance-tech.fr/malaisie-thailande-vietnam-rencontre-iot-avril-2018/

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า หลังจากใช้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนระยะ 7 ปี (2558-2564) มาแล้ว 3 ปี ปัจจุบัน BOI อยู่ระหว่างทบทวนเพื่อปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ก่อนเสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเดือนพฤษภาคม 2561 โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) เพิ่มประเภทกิจการที่จะส่งเสริมการลงทุนใหม่ ที่สำคัญ คือ กิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกอย่าง หรือ Internet of Things (IoT) เนื่องจากปัจจุบัน IoT เริ่มเป็นที่รู้จักและมีผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ทั้งนี้ การส่งเสริมการลงทุน IoT จะยึดที่การส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยี IoT เป็นหลัก ต่างจากการส่งเสริมการลงทุนที่ผ่านมาที่แยกเป็นประเภทกิจการ เพราะ IoT เข้าไปเกี่ยวข้องกับหลายธุรกิจ อาทิ ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ไอที 2) ทบทวนประเภทกิจการที่มีผู้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนน้อย หรือกิจการที่มีเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เช่น บางกิจการที่เคยให้สิทธิประโยชน์สูงสุดเพราะมีเทคโนโลยีสูง แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สูงกว่าแล้ว ส่วนกิจการที่มีผู้ขอรับส่งเสริมฯ น้อย จะพิจารณาว่าจะปรับสิทธิประโยชน์อย่างไร เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนเเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ BOI ยังมีมาตรการส่งเสริมปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งหากผู้ประกอบการต้องการลงทุนปรับปรุงหรือเปลี่ยนเครื่องจักรติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หรือการนำเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้งาน ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในหลายระดับตามประเภทรายการที่กำหนดด้วยเช่นกัน

กนป. ผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มแก้ปัญหาสต็อกส่วนเกินในประเทศ

แหล่งที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, 20 มีนาคม 2561

n02

รูปภาพประกอบข้อมูล: http://www.longevitylive.com/nutrition-body/palm-oil-healthier-choice/

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 1/2561 มีมติรับทราบสถานการณ์การผลิตและการตลาดปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยในปี 2561 มีผลผลิตปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น 7% เป็น 15.18 ล้านตัน คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 2.67 ล้านตัน เมื่อรวมกับสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่ค้างจากปี 2560 จำนวน 0.48 ล้านตัน จึงมีน้ำมันปาล์มดิบรวมทั้งสิ้น 3.15 ล้านตัน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงานคาดการณ์ความต้องการใช้ภายในประเทศ 2.34 ล้านตัน จึงมีสต็อกส่วนเกิน 8.2 แสนตัน สูงกว่าระดับสต็อกที่กำหนดไว้ 5.6 แสนตัน (กำหนดระดับที่เหมาะสมไว้ที่ 2.5 แสนตัน) ดังนั้น เพื่อให้สต็อกน้ำมันปาล์มอยู่ในระดับที่เหมาะสม และราคามีเสถียรภาพ จึงจำเป็นต้องผลักดันการส่งออกอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยราวเดือนละ 46,600 ตัน

AMARC-NEWS

รางวัลความปลอดภัยหัวข้อ Good practice in…

22-03-2561 Hits:161 Amarc-News Super User - avatar Super User

รางวัลความปลอดภัยหัวข้อ Good practice in occupational safety and health management

ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด ได้รับรางวัลความปลอดภัยหัวข้อ Good practice in occupational safety and health management จากโครงการ "การบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับสถานประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อย" โดยนายรังสรร สุวรรณบุตร เข้ารับมอบรางวัลจากนายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเขต11 ตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2560 (โครงการนี้มีองค์กรผ่านเกณฑ์ประเมิณตามโครงการดังกล่าว จำนวน 174 แห่ง แบ่งเป็นระดับทอง...

Read more

Asia Medical and Agricultural Laboratory and Research Center

361,361/1-4 Ladprao 122 (Mahadthai1),Phlabphla, Wangthonglang, Bangkok, Thailand 10310

Tel : 0-2934-2381 Fax : 0-2934-0661  Email : cs@amarc.co.th , cs2@amarc.co.th , cs3@amarc.co.th , cs4@amarc.co.th , yanisa@amarc.co.th ,